การสร้าง Premium Content โดยใช้ Plugin

การสร้าง Premium Content โดยใช้ปลั๊กอิน ต้องอาศัยปลั๊กอินที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาในเว็บไซต์มาช่วย ปลั๊กอินที่มีความสามารถแบบนี้ มีด้วยกันอยู่หลายตัว ตัวที่มีคนใช้เยอะ คือ Paid Membership Pro หรือปลั๊กอิน Ultimate Member – User Profile & Membership Plugin  แต่ปลั๊กอินเหล่านี้ใช้งานค่อนข้างยาก หรือบางทีอาจต้องเสียเงินซื้อเวอร์ชัน Pro  ปลั๊กอินที่ใช้งานง่ายและเหมาะกับมือใหม่คือปลั๊กอิน Membership & Content Restriction – Paid Member Subscriptions

การตั้งค่า Payments

คุณจำเป็นต้องค่าการชำระเงินเพื่อให้ลูกค้าสมัครสมาชิกและจ่ายเงินให้กับเราได้ วิธีการตั้งค่าการชำระเงินในปลั๊กอิน Paid Member Subscriptions ทำได้ดังนี้ คลิกที่เมนู Paid Member Subscriptions > Settings เพื่อเข้าสู้หน้า Settings แล้วคลิกแท็บ Payments ตั้งค่าออปชันต่างๆ กี่ยวกับการรับเงิน คลิกปุ่ม Save Settings ออปชันเกี่ยวกับการรับเงิน มีรายละเอียดคือ Currency กำหนดสกุลเงิน Currency Position กำหนดว่าจะให้สัญลักษณ์ของสกุลเงินแสดงอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลังตัวเลข Test Mode เปินใช้งาน Test Mode สำหรับทดสอบการจ่ายเงิน ซึ่งจะไม่ต้องจ่ายจริง Active Payment Gateway เลือกช่องทางการรับเงิน มีให้เลือก 2 ช่องทางคือ Manual/Offline กับ PayPal Standard Default Payment Gateway เลือกช่องทางการรับเงินที่จะให้เป็นค่าดีฟอลต์ […]

การจัดการกับ Post ที่เผยแพร่ไปแล้ว

วิธีการจัดการกับโพสต์ที่โพสต์ไปแล้วมีขั้นตอนดังนี้ เข้าไปที่หน้าแดชบอร์ดของ WordPress แล้วคลิกเมนู Posts > All Posts จะเห็นโพสต์ทั้งหมดที่เราเขียนไว้ อยากจัดการกับโพสต์ไหนก็ใช้เมาส์เลื่อนไปที่โพสต์นั้นแล้วเลือกคำสั่งสำจัดการโพสต์ที่แสดงด้านล่าง Edit ใช้สำหรับแก้ไขโพส เมื่อคลิกคำสั่งนี้จะแสดงหน้า Edit Posts ขึ้นมา หน้า Edits Post จะมีหน้าตาเหมือนกับ Add New Post Quick Edit ใช้สำหรับแก้ไขเร่งด่วน เมื่อคลิกเข้ามา จะไม่เหมือน กับ Edit Posts หน้า Quick Edit สามารถแก้ไข ชื่อโพสต์, วันที่เผยแพร่โพสต์ , หมวดหมู่ , แท็ก Trash ใช้สำหรับลบโพสต์ที่ต้องการทิ้งไปในถังขยะ View ใช้สำหรับเปิดดูโพสต์นั้นๆ

การจัดการ Plugin ที่ติดตั้งแล้ว

การจัดการกับปลั๊กอินที่ติดตั้งไว้ เช่น การปิดการทำงาน(Deactivate) หรือการลบปลั๊กอินทิ้งสามรถทำจัดการตามขั้นตอนดังนี้ คลิกเมนู Plugin > Installed plugins เราจะเห็นรายชื่อปลั๊กอินที่เราติดตั้งไว้และคำสั่งจัดการปลั๊กอินขึ้นมา โดยคำสั่งจะมีให้ใช้งานสำหรับปลั๊กอินทุกตัว ดังนี้ Activate เป็นคำสั่งสำหรับเปิดการใช้งานปลั๊กอิน(ในกรณีที่ปลั๊กอินปิดการใช้งานอยู่) Deactivate เป็นคำสั่งปิดการใช้งานของปลั๊กอิน(ในกรณีที่ปลั๊กอินเปิดการใช้งานอยู่) Delete เป็นคำสั่งลบปลั๊กอิน จะ Delete ได้ก็ต่อเมื่อปลั๊กอินตัวนั้น Deactivate ไว้แล้ว

การเพิ่มสินค้าลงในร้านค้าออนไลน์ Woocommerce

วิธีการเพิ่มสินค้าลงในร้านค้าออนไลน์ที่สร้างจาก Woocommerce มีขั้นตอนดังนี้ 1.คลิกเมนู Products > Add New เพื่อเข้าสู่การเพิ่มสินค้า 2.เขียนรายละเอียดทั้งหมดของสินค้า 3.ในเฟรม Products data ให้กรอกราคาสินค้าในช่อง Regular price และถ้ามีส่วนลด ให้กรอกราคาขายจริง ในช่อง Sale price ด้วย 4.เขียนคำอธิบายสั้นๆ ให้สินค้า 5.ในเฟรม Product image คลิกที่ Set product image เพื่อเลือกภาพตัวอย่างสินค้า 6.ในเฟรม Product Gallery คลิกที่ Add Product gallery images เพื่อเข้าไปเลือกภาพสินค้าภาพที่อื่นต้องการใส่ไว้ในแกลอรีภาพ (กรณีมีหลายภาพ) เสร็จแล้วกด Publish เพื่อเผยแพร่สินค้า ถ้าต้องการกำหนดสต็อกสินค้าด้วย จะได้เช็คว่าในสต็อกมีสินค้าใกล้หมดหรือยัง โดยทำการคลิกที่แท็บ Inventory ในเฟรม […]

เปลี่ยน Theme ใหม่ให้เว็บไซต์

ธีม (Theme) ของเว็บไซต์เป็นเหมือนหน้ากากที่คอยสวมใส่ให้เว็ยไซต์เพื่อให้เว็บไซต์มีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเปลี่ยนธีม หน้าตาของเว็บไซต์ก็จะต่างกันไป ธีมทำหน้าที่ ควบคุมการแสดงผลของเว็บไซต์ทั้งหมด เช่น เฮดเดอร์, ฟุตเตอร์, ไซต์บาร์, พื้นที่แสดงโพสต์ และอื่นๆ วิธีการเปลี่ยนธีมใหม่ให้เว็บไซต์ มีขั้นตอนดังนี้ คลิกที่เมนู Appearance > Theme แล้วคลิกปุ่ม Add New ที่หน้า Add Theme  ให้เลือกดูธีมตามเงื่อนไขต่างๆ เช่น ธีมแนะนำ, ธีมยอดฮิต, ธีมล่าสุด หรือ สั่งค้นหาธีม คลิกปุ่ม install เพื่อติดตั้งธีมที่ต้องการ คลิกที่ปุ่ม Activate เพื่อเปิดใช้งานธีม เมื่อเปลี่ยนธีมแล้วลองไปที่หน้าเว็บ ก็จะเห็นว่าหน้าตาของเว็บเปลี่ยนไปตามธีมที่เลือกไว้ ถ้าหากต้องการลบธีม ให้คลิกที่ภาพตัวอย่างแล้วคลิกปุ่ม Delete ที่ด้านขวาล่างของหน้าเว็บ เมื่อต้องการติดตั้งธีมจากที่คุณหามาด้วยตัวเอง คลิกเมนู Appearance > Themes > […]

เทคนิคกำหนด Premium Content แบบไม่ใช้ Plugin ช่วย

Premium Content เป็นการเก็บค่าสมาชิก เว็บไซต์ต้องมีเนื้อหารที่ Premium เช่น เป็นเนื้อหาที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน หรือเปิดคลอสการสอน     ออนไลน์ ถ้าอยากให้ผู้ชมเข้าถึงเนื้อหาก็ต้องสมครเป็นสมาชิก วิธีการทำให้บางส่วนเป็นสถานะ Premium Content โดยไม่ต้องใช้ Plugin นั้น เราจะใช้ฟังชั่นในการตั้งพาสเวิร์ด เพื่อเปิดให้คนที่มีพาสเวิร์ดเปิดดูเท่านั้น ขั้นตอนการเขียนโพสต์หรือแก้ไขโพสต์เก่า หากต้องการพาสเวิร์ดมีขั้นตอนดังนี้ ในเฟรม Publish ให้คลิกคำสั่ง Edit หลังรายการ Visibility คลิกเลือกออปชัน Password protected   ตั้ง พาสเวิร์ดในช่อง password แล้วคลิกปุ่ม OK

เตรียม Page ต่างๆ ไว้รองรับสมาชิก

เราจะต้องเตรียมเพจหรือหน้าเว็บต่าง ๆ ไว้สำหรับผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกและจ่ายเงิน หรือเพจสำหรับดู/แก้ไขข้อมูลส่วนตัวของสมาชิดแต่ละคน วิธีการสร้างเพจขึ้นมา ก่อนอื่นต้อง คลิกที่เมนู Paid Member Subscriptions > Basic Information จะเห็นหน้า Paid Member Subscriptions แสดงขึ้นมา ในหน้า Paid Member Subscriptions  จะแสดงช็อตโค้ด (Shortcode) สำหรับร้างเพจต่าง ๆ หน้าที่ของชอร์ตโค้ดคือ จะแสดงเนื้อหาอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ผู้พัฒนาปลั๊กอินกำหนดไว้ สำหรับชอร์ตโค้ดของปลั๊กอิน Paid Member Subscriptions จะอยู่ในรูปแบบ [pms-xxx] (xxx จะเป็นชื่อข้อมูลต่าง ๆ ของปลั๊กอิน Paid Member Subscriptions) ชอร์ตโค้ดของ Paid Member Subscriptions มีดังนี้ pms-register เป็นชอร์ตโค้ดแสดงแบบฟอร์ม Register สำหรับสมัครสมาชิก […]

ตัวอย่างการสร้างแบบฟอร์ม “แบบฟอร์มข้อมูลติดต่อ”

ขั้นตอนการสร้างแบบฟอร์มข้อมูลติดต่อ ใน ZFrom มีดังนี้ คลิกที่ “HEADING” เพื่อสร้างหัวข้อ   เมื่อคลิกที่ HEADING แล้วให้ทำการเปลี่ยนชื่อหัวข้อโดยการ คลิกที่กรอบ HEADING ที่เราสร้าง จะปรากฏ Field สำหรับการแก้ไขเครื่องมือ ให้เราไปที่ Heading text เพื่อเปลี่ยนชื่อหัวข้อ เมื่อเปลี่ยนชื่อแล้ว ให้คลิกที่ “ONE LINE INPUT” เพื่อสร้างกร่องข้อความสำหรับใส่ ชื่อ เมื่อคลิกแล้วจะได้กล่องใส่ข้อความตามหมายเลข 2 ให้เปลี่ยนชื่อที่กรอบ Label และลบข้อความออกที่กรอบ Sub Label จากนั้นให้ติ๊กถูกที่ Required Field เพื่อให้กร่องข้อความนี้ จำเป็นต้องใส่ข้อความ ต่อไปจะเป็นการสร้างกล่องสำหรับใส่ Email โดยไปที่ “Email INPUT” เมื่อคลิกแล้วจะได้ กล่องสำหรับใส่อีเมล ดังหมายเลข 2 ให้เปลี่ยนชื่อที่กรอบ […]

ตัวอย่างการสร้างแบบฟอร์ม “แบบฟอร์มสมัครงาน”

ตัวอย่างการสร้างแบบฟอร์มสมัครงาน ใน ZForm คลิกที่ “HEADING” เพื่อสร้างหัวข้อ เมื่อคลิกที่ HEADING แล้วให้ทำการเปลี่ยนชื่อหัวข้อโดยการ คลิกที่กรอบ HEADING ที่เราสร้าง จะปรากฏ Field สำหรับการแก้ไขเครื่องมือ ให้เราไปที่ Heading text เพื่อเปลี่ยนชื่อหัวข้อ เมื่อเปลี่ยนชื่อแล้ว ให้คลิกที่ “ONE LINE INPUT” เพื่อสร้างกร่องข้อความสำหรับใส่ ชื่อ เมื่อคลิกแล้วจะได้กล่องใส่ข้อความตามหมายเลข 2 ให้เปลี่ยนชื่อที่กรอบ Label และลบข้อความออกที่กรอบ Sub Label จากนั้นให้ติ๊กถูกที่ Required Field เพื่อให้กร่องข้อความนี้ จำเป็นต้องใส่ข้อความ ต่อไปจะเป็นการสร้างกล่องสำหรับใส่ Email โดยไปที่ “Email INPUT” เมื่อคลิกแล้วจะได้ กล่องสำหรับใส่อีเมล ดังหมายเลข 2 ให้เปลี่ยนชื่อที่กรอบ Label และลบข้อความออกที่กรอบ […]